วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วิถีเป็ด

วันนี้ขณะนั่งทำงาน เห็นเพื่อนที่แลบกำลังวิ่งวุ่นหาของ
ฉันเลยถามว่า เธอดูยุ่งๆนะ
เธอหันมาพูดเร็วๆว่า ก็ยุ่งพอๆกับทุกๆคนแหล่ะ
พอหาของเสร็จ เธอก็เดินหายไป
ฉันก็ยิ้มกับตัวเองแล้วคิดว่า
ฉันเนี่ยแหล่ะที่ไม่ยุ่ง

ไม่ใช่ว่าฉันไม่มีงานมีการทำนะ
แล้วก็ไม่ใช่ว่าฉันกำลังอู้งานด้วย
เพราะขณะถามเธอ ฉันก็นั่งทำงานของฉันอยู่
แต่ฉันไม่ได้ยุ่งมาก เพราะฉันไม่ได้รีบไปไหน

ฉันชอบดูเป็ดที่สวนใกล้ๆห้องแลบที่ฉันทำงาน
ชอบดูพวกมันเดินไปมาหาอาหาร
ชอบดูพวกมันนั่งเล่นอาบแดด
บางทีพวกมันก็ลงไปดำน้ำ
หรือบางทีก็หดหัวแล้วก็นั่งเฉยๆ
ดูพวกมันจะมีชีวิตที่มีความสุขมากมาย
ไม่ต้องรีบไปตามนัด ไม่ต้องรีบทำงาน
ไม่ต้องมีภาระผ่อนบ้านผ่อนรถ
ไม่ต้องพยายามทำอะไรที่วิเศษวิโสกว่าเป็ดธรรมดาตัวหนึ่ง
ชีวิตของเป็ดจึงน่าอิจฉาสำหรับฉันมาก
แต่ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่า พวกเป็ดจะยินดียินร้ายหรือไม่
ที่มีมนุษย์เดินสองขาอย่างมันมาแสดงความอิจฉาในวิถีชีวิตแบบเป็ดเป็ดอย่างพวกมัน

ตอนนี้ฉันพยายามใช้วิถีเป็ดในการดำเนินชีวิตอยู่
ก้าวช้าๆ ร้องก๊าบๆเมื่อมีความสุข กินเมื่อรู้สึกหิว
ลงดำน้ำเมื่อรู้สึกสนุก นอนเมื่ออยากนอน อาบแดดเมื่ออยากพักผ่อน
ไม่ต้องรีบหาอาหาร ไม่ต้องรีบทำงานหาเงิน แล้วรีบนำเงินไปจับจ่ายซื้อสินค้า
ไม่ต้องเร่งให้เป็นที่หนึ่ง แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะตกยุคไม่ทันแฟชั่น
สนุกเมื่ออยากสนุก และยิ้มเมื่ออยากยิ้ม


เราเห็นสิ่งที่เราคิดถึง

วันนี้เดินผ่านสวน มีเป็ดเยอะแยะนั่งเล่น นอนเล่น เดินเล่นหาอาหาร
ขากลับมีเป็ดคู่หนึ่งเดินอยู่บนกำแพง
ฉันเดินไปพลางบ่นกับเพื่อนว่าพวกเป็ดนี่น่าสบายจริงๆ
เพื่อนฉันทำเสียงฟึดฟัด ฉันเลยถามว่าทำไม อิจฉาเป็ดที่มันเดินกันเป็นคู่เหรอ
เพื่อนฉันบอกว่า เปล่า รู้สึกหิวมาก พอเห็นเป็ดแล้วหิวอยากกินเป็ดย่าง

ฟังดูแล้วก็ตลกดี
คนหนึ่งเห็นเป็ดแล้วรู้สึกอิจฉาที่พวกมันเนี่ยสบายดีจริงๆ
ส่วนอีกคนเห็นเป็ดแล้วหิว อยากหักคอมันมาทำเป็ดย่าง
ทั้งทั้งที่สองคนนี้เดินมาด้วยกัน
แต่คนหนึ่งคิดอย่างหนึ่ง อีกคนคิดอีกอย่างหนึ่ง
เพราะถึงจะเดินร่วมทางกัน
แต่สิ่งที่คิดถึงกลับเป็นคนละอย่างกัน

เชื้อปัญหา

บางคนที่เป็นหนี้
ก็พยายามแก้ปัญหาด้วยการเก็บหอมรอมริบรายได้
และลดค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ
เพื่อนำเงินส่วนที่เหลือมาใช้หนี้
แต่อีกหลายหลายคนก็ยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม
พอถึงเวลาไม่มีจ่ายก็ไปกู้เงินจากอีกแหล่ง
มาโปะหนี้ก้อนเดิม
คราวนี้มีหนี้ทั้งก้อนเดิม ก้อนใหม่
โปะจ่ายไปจ่ายมาใช้หนี้กันไม่จบไม่สิ้น

การแก้ปัญหาสำหรับบางคนอาจจะทำให้ปัญหาเบาบางลง
แต่สำหรับบางคนอาจจะทำให้ปัญหาหนักขึ้น


หลายครั้งที่เรารู้สึกเหงา
เราก็พยายามหาคนคุยด้วย
แต่พอคุยเสร็จ
กลายเป็นว่าเหงายิ่งกว่าเดิม

บางครั้งเราเบื่อไม่มีอะไรทำ
เราก็พยายามออกไปซื้อของจับจ่าย
กลายเป็นว่าบางทีก็ซื้อของที่ไม่ได้ใช้กลับมา

บางครั้งเราเครียดเรื่องงานเรื่องชีวิต
เราก็หยิบขนมขบเคี้ยวเข้าปากไม่ยั้ง
กลายเป็นว่าต่อมาก็เครียดเรื่องอ้วนอีกอย่างหนึ่ง



สิ่งที่เป็นตัวแปรที่ทำให้ปัญหาเล็กลงหรือใหญ่ขึ้น
อาจจะอยู่ที่การทำตามใจตัวเองหรือทำสิ่งที่ควรทำ
บางทีเราก็รู้กันทั้งนั้นว่าอะไรคือสิ่งที่ควรหรือไม่ควร
แต่กลายเป็นว่าปัญหาจะชอบมากองมะรุมมะตุ้มรุมรักชีวิตเรา
และสามารถเพิ่มจำนวนตัวเองขึ้นมาได้เรื่อยๆ
ราวกับเชื้่อแบคทีเรียที่แบ่งตัวอย่างไม่จบไม่สิ้น

ยาฆ่าเชื้อปัญหาที่ดีที่สุดคงเป็นการยับยั้งชั่งใจและใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา
เพราะอารมณ์ถือเป็นอาหารอย่างดีสำหรับเชื้อปัญหาเชียวล่ะ





วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ปีกนางฟ้า

"นางฟ้า ทำไมถึงจะทิ้งปีกล่ะคะ"
"เพราะว่าการเดินบนพื้นดิน ไม่จำเป็นต้องใช้ปีกไงล่ะจ๊ะ"
"แต่ปีกเป็นสิ่งที่พิเศษมากเลยนะคะนางฟ้า มันทำให้คุณบินไปไหนมาไหนก็ได้"
"แต่ปีกก็ไม่มีประโยชน์ถ้าจะใช้เท้าเดินบนพื้นดินใช่ไหมล่ะจ๊ะ"

นางฟ้าหันมายิ้มให้ฉัน
ก่อนที่ฉันจะลืมตาตื่นขึ้นมา




นกเพนกวินยอมทอดทิ้งทักษะการบิน
เพื่อให้มันสามารถลงไปว่ายน้ำจับปลาได้
โลมาสลัดเปลี่ยนขาหลังเป็นครีบ
ทำให้พวกมันสามารถว่ายน้ำได้
ตัวตุ่นบางชนิดตาบอดเพราะมันอยู่แต่ในรูที่มีแต่ความมืด
แต่มันก็มีเท้าหน้าที่แข็งแรงและจมูกที่ว่องไว

แม้ปีกจะเป็นสิ่งพิเศษที่สุด
แต่สำหรับการเดินบนพื้นดินนั้น
ปีกก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าส่วนเกินและสิ่งประดับ


ไม่ว่าใครจะบอกว่ามันน่าเสียดายเหลือเกิน
ที่จะทอดทิ้งโอกาสดีดีหรือบางสิ่งที่แสนพิเศษไป
ไม่ต้องเสียดายหรอก
หากว่าสิ่งนั้นมันไม่จำเป็นสำหรับเราแล้ว
ก็ทิ้งมันไปเถอะ


หมดอายุ

วันนี้เดินไปยืมหนังสือที่ State library
เดินผ่านส่วนของซีดีเพลง
เดินดูซีดีหลายอัลบัมที่เคยอยากได้สมัยเด็กๆ
เมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว
ตอนนี้หยิบมันขึ้นมา แล้วยิ้ม
แล้ววางมันกลับไปที่เดิม
น่าแปลกที่ของบางอย่าง
เราอยากได้มันเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว
แต่เมื่อเวลาผ่านไป
ความรู้สึกอยากได้มันก็มลายหายไปหมด

แต่ความจริงข้อนี้อาจใช้ไม่ได้กับสิ่งของหลายๆอย่าง
เพลงบางเพลงเราอาจจะฟังอย่างไม่เคยเบื่อ
หนังสือบางเล่มเราอาจจะเปิดอ่านได้อย่างไม่จบไม่สิ้่น
รูปบางรูปเราอาจจะเห็นว่ามันสวยเสมอ


คล้ายคล้ายกับความรัก
ความรักของคนบางคนมีอายุแสนสั้น
แต่กับหลายหลายคน ความรักดูเหมือนจะเป็นของที่ไม่สิ้นอายุขัย



วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ตื่น

เราทำงานและใช้ชีวิตอยู่ ก็เฉพาะเวลาที่เราตื่นเท่านั้น
อย่ามัวแต่ฝันอย่างเดียวนะ :)

สารที่ไม่ได้สื่อ

การเขียนโปสการ์ดหรือจดหมายนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับฉัน
โดยเฉพาะตอนที่เริ่มเขียน ฉันรู้สึกว่ากระดาษนั้นกว้างเท่าสนามฟุตบอล
แต่พอเขียนไปได้ครึ่งหนึ่ง บางครั้ง ฉันรู้สึกว่ากระดาษนั้นกว้างขึ้น
เพราะหมดเรื่องที่จะเขียนแล้ว
แต่ในขณะที่บางที กระดาษนั้นก็ดูเล็กลง จนต้องบีบอัดตัวอักษรลงไป

มีเพื่อนฉันคนหนึ่ง เวลาเธอส่งโปสการ์ดมาให้ฉัน
มักจะปะแสตมป์ทับข้อความตัวเองเสมอ
ฉันไม่แน่ใจว่าเธอเป็นพวกขี้ลืมว่าต้องปะแสตมป์
หรือจริงๆแล้ว แค่เขียนสิ่งที่อยากเขียนบนกระดาษ
โปสการ์ดใบนั้นก็สมบูรณ์สำหรับเธอแล้ว
ส่วนคนรับจะเข้าใจมันหรือไม่ก็ไม่สำคัญอะไรกับเธอ
แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณที่เธอไม่เคยลืมเขียนที่อยู่ฉัน
อย่างน้อย ฉันก็ได้รับมันทุกฉบับ
แม้ว่าจะอ่านได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
แต่ก็ทำให้รู้ว่า เธอมีเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังมากมาย
จนเนื้อที่กระดาษไม่พอ


หลายครั้งที่โปสการ์ดของฉันไปไม่ถึงมือผู้รับ
ฉันเคยสงสัยเหมือนกันว่าโปสการ์ดพวกนั้นไปตกหล่นอยู่ที่ไหน
มันถูกส่งไปผิดบ้าน หรือถูกรวมไว้ที่ทำการไปรษณีย์
บางทีมันอาจจะหลงทางอยู่ที่ไหนสักแห่ง

























สมมติว่าถ้าโลกนี้มีห้องโถงใหญ่เอาไว้เก็บข้อความต่างๆที่ไปไม่ถึงมือผู้รับ
ในแต่ละนาทีคงมีข้อความมากมายหลายหมื่นหลายแสนข้อความถูกนำเข้ามาเก็บในโกดัง
และคำว่า"รัก"คงเป็นข้อความลำดับต้นๆเลยกระมังที่ไม่ได้ถูกบอกออกไป

วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ฝนตกที่ดวงใจ

วันนี้เข้าไปอ่านเวบของคุณวินทร์มา
บทความจะถูกอัพเดททุกวันเสาร์
อาทิตย์นี้ชื่อบทความว่า “แล้วไงล่ะ?”
พูดถึงเรื่องของผู้ชายจีนคนหนึ่ง
เขาไม่มีแขนทั้งสองข้าง
แต่ได้ขึ้นเวทีประกวด China's got talent
เขาโชว์เล่นเปียโนโดยใช้เท้า

ขอยกตอนที่ชอบขึ้นมา


<< คนเหล่านี้เลือกที่จะพูดว่า “แล้วไงล่ะ?” แทนที่จะเป็น “ไม่เอาแม่ งแล้วโว้ย! ตายดีกว่า” ไปต่อหรือไม่ไปต่อขึ้นกับทัศนคติของเราเองว่าจะใช้เกียร์เดินหน้าหรือถอยหลัง “แขนไม่อยู่แล้ว แล้วไงล่ะ?” “นัยน์ตาเสียไปแล้ว แล้วไงล่ะ?” “เท้าหายไปแล้ว แล้วไงล่ะ?” “อีกสองเดือนก็ตายแล้ว แล้วไงล่ะ?” ‘แล้วไงล่ะ?’แปลว่าก ูยังคิดที่จะมีชีวิตอยู่! ขอเวลาก ูคิดหน่อย แต่จะเดินหน้าไปแน่โว้ย! หลิว เหว่ย ใช้เกียร์เดินหน้า >>


อ่านทั้งหมดแล้วรู้สึกน้ำตาจะไหล
นานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ที่เราไม่ได้มองย้อนกลับไป
ยังหลายๆคนที่ไม่เคยหยุดพยายาม
ไม่เคยจะท้อเลยสักวัน
แม้ว่าการก้าวแต่ละก้าวของพวกเขา
จะยากลำบากกว่าเราเป็นสิบเป็นร้อยเท่า
มันเหมือนกับที่ฉันวิ่งในสนาม
แต่วิ่งไปได้หน่อยก็เบื่อ
บ่นกับชีวิตไม่หยุดหย่อน
แล้วพอเหลียวมองคนพวกนี้ที่เขาไม่เคยหยุด
ฉันรู้สึกว่าเรื่องราวของพวกเขา
ได้รดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์แห่งความไม่ยอมแพ้ในใจฉัน
เมล็ดพันธุ์พวกนี้กำลังงอกงามผลิดอก
และบอกกับตัวฉันว่า
พรุ่งนี้เรามาสู้ด้วยกันนะ :)



กระเป๋าใหม่

เคยวาดสับปะรดในคาบ Scientific Illustration
เลยเอามาวาดลงกระเป๋าเลย (ด้วยความขี้เกียจ)
ถุงผ้า ราคา 2.50 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย
ปากกา ยูนิบอล (มันบอกว่ากันน้ำ ก็เชื่อมัน แต่ตะกี้ลองเอาน้ำแตะๆ หมึกไม่ละลายแฮะ)
:D ดีใจ... ไว้จะซื้อมาวาดเล่นอีก เย่!!



จาก no rain on the moon

ฝัน

เมื่อคืนฝันว่าตัวเองได้ทุน
แล้วเดินทางไปเซ็นสัญญารับทุน
รู้สึกดีใจมากเลยที่ได้ทุนแล้ว
ดีใจที่จะได้ไปต่างประเทศ
ดีใจที่ได้เดินตามความฝัน

พอตื่นขึ้นมาก็พบว่า

เฮ้ย ฉันอยู่นี่แล้ว
ได้มาแล้วไง
แล้วตอนนี้ฉันกำลังทำอะไรอยู่